|
ซิป้าผลักดันยุทธศาสตร์
รุกตลาดซอฟต์แวร์ตปท. |
ซิป้าจับมือหน่วยงานภาครัฐ ผลักดันยุทธศาสตร์การตลาดต่างประเทศของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย
เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไปทำการตลาดและการค้าในต่างประเทศ
มุ่งสร้างมูลค่าตลาดอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น พร้อมเผยปีงบประมาณ
2551 นี้ มีเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทยสูงถึง 2,300 ล้านบาท
ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
(องค์การมหาชน) หรือซิป้า เปิดเผยว่า ความต้องการในการบริโภคซอฟต์แวร์ทั่วโลกมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น
ทำให้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทยที่จะทำการขยายตลาดของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของไทยออกไปยังต่างประเทศ
โดยซิป้าได้ส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยใน 5 แนวทางหลัก ได้แก่
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ไทยให้มีคุณภาพทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และด้านการบริการ
การพัฒนาคุณภาพของกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาในเชิงเทคโนโลยี การพัฒนาในด้านการตลาดโดยหาตลาดใหม่ๆ
ที่เป็นช่องทางการส่งออก การพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรม และแนวทางสุดท้ายคือการพัฒนากระบวนการในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการ
โดยทั้งห้าแนวทางนี้จำเป็นต้องขับเคลื่อนร่วมกัน
ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา ทางซิป้าได้เจาะตลาดเข้าไปยังประเทศที่มีศักยภาพที่จะเป็นผู้ซื้อสินค้าและบริการซอฟต์แวร์ของประเทศไทย
โดยได้พันธมิตรเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ร่วมกันขับเคลื่อนในการเปิดตลาดต่างประเทศ
ประกอบด้วย กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยในด้านงบประมาณและการหาตลาดและแหล่งผู้ซื้อ,
สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) ช่วยในเรื่องของการวิจัยตลาด,
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ช่วยในด้านการให้ข้อมูลและสิทธิประโยชน์ต่างๆ
แก่ผู้ประกอบการในฝั่งผู้ซื้อที่สนใจจะซื้อบริการด้านซอฟต์แวร์และเข้ามาลงทุนในประเทศไทย
รวมทั้งสมาคมแอนิเมชันและคอมพิวเตอร์กราฟิกแห่งประเทศไทย
จากการรุกเจาะตลาดต่างประเทศ ทำให้ขณะนี้ประเทศไทยมีพันธมิตรทางการค้าด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์หลายราย
เช่น ในประเทศเวียดนาม ประเทศลาว และประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ ซิป้ายังมองไปที่แถบประเทศใหญ่ๆ
เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศแถบทางทวีปยุโรป เช่น ประเทศเยอรมนี
ฝรั่งเศส ที่เป็นเป้าหมายหลักในการบุกตลาดในระดับโลก โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานต่างๆ
ที่กล่าวมา ซึ่งการร่วมมือที่เกิดขึ้นนั้นส่งผลให้มีการเติบโตของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา
3 ปี ตั้งแต่ปี 25492551 โดยเฉพาะในปีงบประมาณ 2551 มีมูลค่าการเจรจาธุรกิจกว่า
2,293,780 บาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ
2,300 ล้านบาท
|
บทความและเนื้อหาข่าวจาก
: ผู้จัดการออนไลน์ |
| |
|
|